มือใหม่หัดใช้ QGIS

มือใหม่หัดใช้ QGIS นี่เกิดขึ้นเพราะ สังเกตว่าในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ผู้ร่วมงานรอบตัวหันมาใช้ QGIS กันมากขึ้น เลยเป็นแรงบันดาลใจว่า น่าจะทำวีดีโอขึ้นมาซัก 1 ชุด แนะนำการใช้ QGIS สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จัก QGIS มาก่อน แต่อยากเรียนรู้เรื่องการใช้งาน QGIS ตั้งแต่เริ่มต้นว่าไปดาวน์โหลดตัวติดตั้งได้ที่ไหน จนถึง ท้ายที่สุดของซีรีส์นี้ หวังว่าจะทำให้ท่านสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ สามารถจัดการกับ Attribute สามารถ Export ส่งข้อมูลไปอย่างซอฟต์แวร์อื่นได้

สำหรับ ตอนแรกนี้ จะพูดถึง เวอร์ชันต่าง ๆ ของ QGIS และ แพ็กเกจสำหรับการติดตั้ง จะใช้ตัวไหนดี

QGIS คืออะไร

QGIS เป็นซอฟต์แวร์สำหรับทำงานด้าน GIS พูดง่าย ๆ มันคือซอฟต์แวร์ด้านแผนที่ แต่ จะมีการบันทึกข้อมูลประกอบเข้าไปในแผนที่ด้วย ริเริ่มโดย Gary Sherman (shermange) ก่อตั้งโครงการที่ SourceForge อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2002 โดยมีแนวคิดจากการที่ซอฟต์แวร์ด้าน GIS ล้วนแล้วแต่มีราคาแพง เขาเริ่มระดมสมองเพื่อสร้างซอฟต์แวร์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และ จะต้องเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่าย เวอร์ชันแรกสำหรับบุคคลทั่วไป ออกมาเมื่อปีค.ศ. 2009 ในชื่อ Quantum GIS แต่เปลี่ยนเป็น QGIS ตั้งแต่ QGIS 2 เป็นต้นมา

ข้อดีของ QGIS

  1. ฟรี! แค่ไปดาวน์โหลดตัวติดตั้งมาติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้นเอง จะลงร้อยเครื่องพันเครื่องก็ได้ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
  2. Opensource – สามารถนำ Source Code ไปพัฒนาต่อหรือไปดัดแปลงเพื่อที่จะใช้งานเฉพาะทางอย่างที่ต้องการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า QGIS เป็นโครงการที่ดำเนินงานโดยให้สัญญาอนุญาตประเภท สัญญาอนุญาตสาธารณะทั่วไป หรือ General Public License ดังนั้น จะนำไปดัดแปลงใช้งานด้านใดก็ได้ แต่ต้องให้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกันต่อไปด้วย ข้อดีของการที่ QGIS ฟรีและเป็น Opensource ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนก็คือ ระบบ LTAX ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น LTAX เป็นซอฟต์แวร์ด้านแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้ในการปฏิบัติงานด้านจัดเก็บรายได้ โดยเฉพาะเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยระบบแผนที่ของ LTAX นี้พัฒนาจาก source code ของ QGIS
  3. ปลั๊กอินส์ – นอกจากตัว QGIS จะมีศักยภาพที่ดีแล้ว ยังมีปลั๊กอินส์เพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นไปอีก
  4. รองรับไฟล์หลายรูปแบบ – คือ นอกจากไฟล์ของ QGIS เองแล้ว ตัว QGIS สามารถเปิดไฟล์ของ ArcMap ได้คือ เชปไฟล์ (ESRI Shapefiles) ได้ ArcInfo Binary Coverage ก็ได้ เลเยอร์ของ MapInfo ก็ได้ Text File ได้ Excel ได้ Oracle Spatiall ก็ได้ การที่ QGIS รองรับรูปแบบไฟล์ที่หลากหลาย ทำให้เราร่วมงานกับคนอื่นได้ง่ายขึ้น สบายใจขึ้น เ วลาที่จะต้องทำงานต่อจากคนอื่นซึ่งบางทีใช้ซอฟต์แวร์ต่างจากเรา จะช่วยร่นระยะเวลาการทำงานไปได้พอสมควร
  5. QGIS พัฒนามาเพื่อให้ใช้กับระบบปฏิบัติการหลายแบบ ทั้ง Windows Mac Linux Unix Android

ซึ่งพวกนี้คือ ข้อดีของ QGIS ที่ทำให้มีคนใช้งานมากมาย นอกจากนี้แล้ว ทางผู้พัฒนา QGIS ยังกำหนดการทำงานไว้ด้วยว่า จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยจะปล่อยเวอร์ชันใหม่ทุก 4 เดือน

ดาวน์โหลด

เดี๋ยวเราไป ดาวน์โหลดตัวติดตั้ง QGIS กันก่อนดีกว่า ไปที่ www.qgis.org

นี่คือเว็บ QGIS โปรดสังเกตที่มุมซ้ายด้านบน จะบอกเลขเวอร์ชัน 2 เวอร์ชัน เดี๋ยวจะอธิบายว่า 2 เวอร์ชันนี้ต่างกันยังไง

หากมีกำลังทรัพย์ และมีใจอยากจะบริจาคสนับสนุนโปรเจคนี้. กด Support QGIS เพื่อเราจะได้มีซอฟต์แวร์ดี ๆ แบบนี้ใช้กันต่อไป

แต่สำหรับครั้งนี้จะมาดาวน์โหลดตัวติดตั้ง กด Download Now

มือใหม่หัดใช้ QGIS

หน้าดาวน์โหลดจะมีอยู่ 3 แท็บ คือ Installation Download, All Releases และ Sources

Sources

อยากให้ดูแท็บที่ชื่อ Sources ก่อน อย่างที่เอ่ยถึงในตอนแรกว่า QGIS เป็น โอเพนซอร์ซ เปิดซอร์สโค้ดให้นำไปดัดแปลงได้ตามใจ ใครที่สนใจอยากได้ซอร์ซโค้ด เข้ามาดาวน์โฆลดไปได้ที่นี่

All Releases

ต่อมา แท็บ All Releases สำหรับในกรณีที่ท่านต้องการเวอร์ชันเก่า อย่างเช่น QGIS 2 กดมาดูที่นี่ ลองคลิกตรง Here เข้าไป ก็จะเข้าสู่หน้าที่เป็นลิงค์ สำหรับดาวน์โหลดตัวติดั้ง QGIS รุ่นเก่าทั้งหมดที่พวกเขามี

Installation Download

และแท็บสุดท้าย Installation Download นี่คือหน้าสำหรับดาวน์โหลด Release สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ที่เป็นเวอร์ชันล่าสุด ลองเลื่อนมาดูทั้งหน้า จะเห็นว่า จะมีสำหรับระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้ง วินโดวส์ แม็ค ลีนุกซ์ มีแม้แต่กระทั่งแอ็ปสำหรับสมาร์ตโฟน

แต่สำหรับครั้งนี้จะไปที่ วินโดวส์ ซึ่งก็จะมีคำถามจาก มือใหม่หัดใช้ QGIS ว่า แล้วจะติดตั้งเวอร์ชันไหนดี? ทำไมมีหลายตัวเลือกเหลือเกิน แต่ละเวอร์ชันแตกต่างกันอย่างไร เรื่องนี้ก็คงต้องไปเล่าถึงความเป็นมาของแต่ละเวอร์ชั่น เล่าถึงกระบวนการทำงานของผู้พัฒนา QGIS

เวอร์ชันต่าง ๆ ของ QGIS

อย่างที่บอกตอนแรก ผู้พัฒนา QGIS กำหนดว่าจะปล่อยเวอร์ชันใหม่ทุก 4 เดือน

ขั้นตอนจะเป็นแบบนี้ ผู้พัฒนา QGIS จะกำหนดให้วันใดวันหนึ่ง เป็นวันเริ่มต้นของ Feature freeze นั่นคือ จะเป็นวันที่เขาขีดเส้นใต้ บอกว่าเวอร์ชันที่จะออกมารุ่นต่อไป จะมีฟีเจอร์ตามนี้ ไม่มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่แล้วนะ

มือใหม่หัดใช้ QGIS

ช่วง Feature Freeze จะเกิดขึ้นทุก 4 เดือนครับ โดย ณ เวลานั้น จะได้เป็นเวอร์ชันที่ชื่อว่า Master โดย package ของเวอร์ชัน Master จะเป็น qgis-dev ในตัวอย่าง ใส่เลขเวอร์ชันให้ดูด้วย เพื่อที่ท่านจะได้มองภาพเห็นชัดเจนว่าการเรียงลำดับเวอร์ชันของ QGIS เป็นแบบไหน ยกตัวอย่างที่ 3.15 Master ตรงนี้จะเป็น Development Stage จะเป็นช่วงของการพัฒนา เมื่อเขากำหนดวันที่เริ่ม Feature Freeze เราจะได้เวอร์ชัน Master ออกมา

ช่วง Feature Freeze จะมีระยะเวลา 1 เดือน โดยในช่วง 1 เดือนนี้ คือช่วงที่เขาจะหยุดการใส่ฟีเจอร์หรือคุณสมบัติใหม่ ๆ เข้าไปใน QGIS แต่จะเอาเวลาช่วงนี้มาปรับปรุงแก้ไข เตรียมความพร้อมสำหรับออกเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป นั่นคือตรวจสอบแก้ไขบั๊กต่าง ๆ ที่มีรายงานเข้ามา ทำ changelog แปลภาษา

และ เมื่อเสร็จเรียบร้อย เขาจะปล่อยเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้งานออกมา นี่คือ Latest Release หรือเวอร์ชันล่าสุด มีฟีเจอร์หรือคุณลักษณะใหม่ล่าสุด มีชื่อรุ่นลงท้ายด้วยคำว่า RC หรือ Richest on Feature

วัฏจักรนี้จะเกิดขึ้นทุก 4 เดือน

ดูที่เลขเวอร์ชันครับ ถ้าเป็นฝั่งผู้พัฒนา ทำเวอร์ชัน 3.15 Master จะปรับปรุงเป็น 3.16 RC และ Master รุ่นต่อจากนี้ก็จะเป็น 3.17 Master

ตัวเลขเวอร์ชันนี้ ทำให้แยกได้เลยว่า ถ้าเป็นเวอร์ชันที่ลงท้ายด้วยเลขคี่ นั่นคือเวอร์ชัน Master ของฝั่งผู้พัฒนา เป็นต้นร่าง หรือ ต้นฉบับ สำหรับ ออกเป็นเวอร์ชัน Latest Release สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ที่จะลงท้ายด้วยเลขคู่ เสมอ คุณเห็นตัวเลขเวอร์ชัน ก็จะรู้ได้เลยว่า 3.16 RC จะมีฟีเจอร์เดียวกับ 3.15 Master 3.18 RC จะมีฟีเจอร์เดียวกับ 3.17 Master

แล้วในช่วงระหว่างที่มีการใช้งานเวอร์ชัน RC หากมีผู้ใช้งานรายงานว่าพบปัญหาในเรื่องใดก็ตาม ทางผู้พัฒนาเขาได้แก้ไขแล้วออกมาใหม่ จะกลายเป็นเวอร์ชันที่มีจุดตามท้าย เช่น 3.16.1 3.16.2 นี่คือเวอร์ชันปรับปรุงแก้ไขบั๊กต่าง ๆ ฟีเจอร์จะยังเหมือนเดิม คือยังเป็นฟีเจอร์ของ 16 อยู่

ลักษณะแบบนี้จะเกิดขึ้นทุกรอบ

แล้ว LTR หรือ Long Term Release มาจากไหน

ทางผู้พัฒนาเขาคิดแบบนี้

การออกเวอร์ชันใหม่ทุก 4 เดือน ปัญหาคือ ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ใส่เข้าไป อาจยังมีบั๊กอยู่ การนำมาใช้งานจริงก็เสมือนการทดสอบ QGIS โดยผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่งจะมีเรื่องความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ ปัญหาต่าง ๆ  สิ่งนี้อาจจะสร้างปัญหาจุกจิกให้กับฝ่าย IT ได้ง่าย ๆ รวมทั้งผู้ใช้งานบางท่านก็อาจไม่ได้สนใจเรื่องฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ใส่เข้ามามากนัก สิ่งที่ทุกคนต้องการคือ “ความเสถียร” การใช้งานราบรื่นไม่มีปัญหา ดังนั้น ผู้พัฒนา QGIS จึงพัฒนา RC บางรุ่นต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เวอร์ชันที่ต่อเนื่องมานี่แหละ ที่เรียกว่า LTR หรือ Long Term Release

อย่างเช่นในรอบ 3.16RC ได้พัฒนาแก้ไขบั๊ก จนถึง 3.16.2 แล้วต้องเปลี่ยนไปเป็นเวอร์ชัน 3.18 เพราะครบรอบ 4 เดือนตามที่ตั้งไว้ แต่จะยังพัฒนา 3.16 ต่อ ตรงนี้จะกลายเป็นเวอร์ชัน LTR แทน โดยใช้ตัวเลขตามท้ายต่อจาก RC เช่น RC เวอร์ชันสุดท้ายคือ 3.16.2 LTR จะเริ่มต้นด้วย 3.16.3 LTR แบบนี้เป็นต้น LTR จะมีฟีเจอร์แบบเดียวกับเวอร์ชัน RC เลขเดียวกัน 3.16 LTR ก็คือฟีเจอร์แบบเดียวกับ 3.16 RC ซึ่งจะมีฟีเจอร์แบบเดียวกับ 3.15 Master

เวอร์ชัน LTR จะออกมาเมื่อ RC ออกครบ 3 รอบ นั่นคือ 12 เดือน หรือ 1 ปี LTR จะเปลี่ยนเวอร์ชัน ดังนั้น 3.18 กับ 3.20 จะไม่มีการทำเวอร์ชัน LTR ออกมาอีกทีจะเป็น 3.22 LTR ซึ่งจะมีฟีเจอร์แบบเดียวกับ 3.22 RC

เวลาท่านเข้ามาดาวน์โหลดตัวติดตั้งที่เว็บ qgis.org ถ้าเจอเวอร์ชันที่มากกว่า ก็คือ เวอร์ชัน RC ขณะที่ LTR จะเป็นเลขเวอร์ชันเก่า อย่างเช่น ณ เวลาที่ทำเรื่องนี้ RC จะไปอยู่ที่เวอร์ชัน 3.20.1 (ก็คือ QGIS 3 เวอร์ชัน 20 ปรับปรุงครั้งที่ 1) ส่วนเวอร์ชัน LTR อาจจะเป็น 3.16.9 (หรือ QGIS 3 เวอร์ชัน 16 ปรับปรุงครั้งที่ 9)

นี่คือวงจรชีวิตของ QGIS

ตรงนี้หวังว่า มือใหม่หัดใช้ QGIS ทั้งหลาย คงเข้าใจความเป็นมาของแต่ละเวอร์ชันนะครับ หากท่านต้องการฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด เลือกเวอร์ชันที่ลงท้ายด้วย RC แต่ถ้าต้องการเวอร์ชันที่เสถียร มีปัญหาน้อยหน่อย ก็เลือก LTR

แพ็กเกจตัวติดตั้ง

เมื่อรู้ว่าแต่ละเวอร์ชันต่างกันอย่างไรแล้ว มาดูแพ็กเกจที่จะดาวน์โหลดต่อ จะเห็นว่าเฉพาะของ Windows เอง ก็มีหลายอันให้เลือก แล้วแต่ละตัวคืออะไร

ตัวแรกสุด OSGeo4w Network Installer ตัวนี้คือตัวที่ เว็บไซต์ของ QGIS แนะนำ แพ็กเกจนี้เป็นแพ็กเกจรวมของ OSGeo แต่ DataRevol ไม่ค่อยอยากแนะนำ มือใหม่หัดใช้ QGIS ดาวน์โหลดตัวนี้เท่าไหร่ แม้ว่าข้อดีจะเยอะอยู่

OSGeo ย่อมาจาก Open Source Geospatial Foundation เป็นมูลนิธิที่ดูแลซอฟต์แวร์ทางด้าน GIS หลายตัว เช่น GEOServer MapServer GRASS GIS สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ osgeo.org ซึ่ง QGIS เป็นซอฟต์แวร์หนึ่งที่ OSGeo ดูแลอยู่

OSGeo4w Network Installer จะเป็นแพ็กเกจที่รวมเอาซอฟต์แวร์หลายตัวอยู่ในแพ็กเกจเดียว เช่น GRASS GIS MapServer และแน่นอน QGIS ดั หากท่านดาวน์โหลดตัวนี้ ขอแนะนำว่า อย่ากด Express Install เพราะมันจะไปติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ท่านไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน มีไว้ก็เปลืองพื้นที่ความจำในเครื่องเปล่า ๆ และซอฟแวร์บางตัวในนี้ไม่ฟรีนะจ๊ะ

แต่ข้อดีก็มี อย่างที่บอกว่า นี่คือ แพ็กเกจรวม จะมีทุกเวอร์ชันให้เลือก คือ

  • Latest Release หรือ RC จะมีแพ็กเกจ qgis พร้อม qgis-rel-dev คือ Nightly build หรือเวอร์ชันทดสอบสำหรับ RC ที่จะออกต่อไป
  • Long Term Release หรือ LTR จะมีแพ็กเกจ qgis-ltr พร้อม qgis-ltr-dev คือ Nightly build หรือเวอร์ชันทดสอบสำหรับ LTR ที่จะออกต่อไป
  • Development หรือ Master จะมีแพ็กเกจ qgis-dev พร้อม Nightly build ของ Master ที่จะออกต่อไป

ดังนั้น ถ้าหากท่านดาวน์โหลดตัวนี้ไป แนะนำให้ใช้ advanced install แล้วเลือกเฉพาะ QGIS เวอร์ชันที่ต้องการ

สำหรับข้อจำกัดของ OSGeo4w ก็มี คือ ไม่ Support Windows 7 แล้วนะ ถ้าจะดาวน์โหลดเวอร์ชันนี้ ต้องใช้วินโดวส์ 8 ขึ้นไป แต่แนะนำวินโดวส์ 10 เป็นหลัก นอกจากนี้ หากท่านใช้ตัวติดตั้งจาก OSGeo4w Version ก่อน ก็ใช้แพ็กเกจติดตั้งนี้ไม่ได้เหมือนกัน แนะนำให้เลื่อนลงไปด้านล่าง ที่เขียนว่า in old OSGeo4W นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงมีหลายแพ็กเกจ

สำหรับทาง Data Revol เดิมจะดาวน์โหลด Standalone installer for long term release continued with dependencies from old OSGeo4W ซึ่งจะยังแบ่งเป็น 64 บิต กับ 32 บิต ให้ดีๆให้ตรงกับระบบปฏิบัติการที่คุณทำงาน. เคยเจอแบบนี้ เนื่องจากระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่เป็น 64 บิต ก็เลยดาวน์โหลด เวอร์ชัน 64 บิตไป แล้วเพื่อนร่วมงาน มาขอตัวติดตั้งไปติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขา ก็ให้ไปไม่ทันคิดอะไร ปรากฏว่า พอเขาติดตั้งเสร็จเรียบร้อย เปิดขึ้นมาใช้งานไม่ได้ เปิดขึ้นมาแล้วมันขึ้น splash screen แล้วซอฟต์แวร์ปิดตัวลง

พอเขามาเรียกให้ผมไปดูว่ามีปัญหาอะไร ปัญหามันนิดเดียว ระบบปฏิบัติการของเขาเป็นเวอร์ชัน 32 bit แต่ตัวติดตั้งเป็น 64bit เลยต้องบอกให้เขาไปดาวน์โหลดเวอร์ชัน 32 Bit มา อันนี้ก็ฝากไว้ให้ระวัง

แพ็กเกจแนะนำ

เนื่องจากครั้งนี้ แนะนำสำหรับ “ มือใหม่หัดใช้ QGIS ” ดังนั้น ขอแนะนำเวอร์ชัน Standalone installers (MSI) from OSGeo4W packages ซึ่งจะมี 2 เวอร์ชันให้เลือก คือ RC กับ LTR ที่ให้เลือกจาก 2 ตัวนี้เพราะในแพ็กเกจนี้จะมีแค่ QGIS และติดตั้งง่ายมาก แค่คลิกและรอไปจนเสร็จเท่านั้นเอง

โดยส่วนตัว อยากจะแนะนำให้ใช้เวอร์ชัน LTR เคยเจอกับตัวเอง สมัยใช้เวอร์ชัน 3 แรก ๆ ตอนนั้นยังชอบใช้เวอร์ชัน RC ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด รู้สึกว่าได้ใช้ของดีที่สุด ของใหม่สุดเสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีแจ้งเตือนมา คือเวลามีเวอร์ชันใหม่ออกมา จะมีแถบสีเหลืองเตือนเวลาเปิด QGIS ใช้งาน เราก็อยากได้เวอร์ชันใหม่ล่าสุดล่ะนะ ก็เลยติดตั้งเวอร์ชันใหม่ที่เพิ่งออกนั้นไป ปรากฏว่า พอใช้งานแล้ว ดึงเชปไฟล์รูปแปลงที่ดินมาทำงานแล้วไม่สามารถซ้อนทับกับ Google Map ได้ ห่างกันเป็น 100 เมตร ไม่ใช่ห่างหรือเหลื่อมกันนิดหน่อย

ตอนแรก คิดว่าเกิดจาก re-projection ผิด ก็พยายามทำใหม่ พยายาม re-projection พยายามแก้ไขทุกทางเท่าที่จะนึกออก จนสุดท้าย Search หาใน Stack Overflow ถึงได้รู้ว่าตรงนี้น่าจะเป็น Bug วิธีแก้ก็คือต้องถอนการติดตั้งเวอร์ชันนั้นออก ตอนนั้นเลยเอา LTR มาลงแทน ปรากฏว่าพอลง LTR แล้วดึงเชปไฟล์ที่มีปัญหาตอนแรกเข้ามาเปิดแล้วก็ซ้อนทับกับ Google Map คราวนี้ทับกันได้สนิทไม่มีปัญหา

หลังจากนั้นก็เลยแนะนำให้ใครต่อใครใช้ LTR กัน

ผู้ร่วมงานก็ยังมีที่ใช้ RC กันอยู่นะ เกือบทั้งหมดใช้ RC เพราะเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว และ ถ้าหากมีบั๊กหรือมีปัญหาอะไรจริง ๆ สักพักนึง เดี๋ยวทาง QGIS จะออกเวอร์ชันแก้ไขมาเอง

กด คลิก ขึ้นมาแล้ว เลือกที่เก็บ กด บันทึก แล้วจะขึ้นหน้าจอแบบนี้ ถ้าอยากจะบริจาค ก็กด Donate Now ถ้าไม่อยากบริจาคก็ Close This Message

รอ

ติดตั้ง QGIS

ดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ก็ไปที่เก็บไว้ ถ้าจำไม่ได้ว่าเก็บไว้ที่ไหน หากใช้ Chrome หรือ Edge หรือ Firefox กด ctrl + j จะขึ้นมาให้ดู จะกดดับเบิลคลิกจากตรงนี้เลยก็ได้ แต่หรือจะเข้าไปดูในโฟลเดอร์ที่เก็บไว้ก็ได้

มือใหม่หัดใช้ QGIS

เมื่อเจอไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาแล้ว ดับเบิ้ลคลิกก็ได้ หรือ คลิกขวาแล้วเลือกติดตั้ง (install) ก็ได้ จากนั้นก็ง่ายแล้วสำหรับ มือใหม่หัดใช้ QGIS

หน้าต่าง license ซึ่งเราต้องอ่านแล้วต้องกด Accept อย่างเดียว ต้องยอมรับอย่างเดียว เท่านั้น

หน้าต่างต่อมา จะให้เลือกว่าจะติดตั้งโปรแกรมไว้ที่ไหน กด Browse เพื่อเปลี่ยนก็ได้ หรือไม่ต้องสนใจมัน ปล่อยไว้ที่ค่าเดิมดีที่สุด

แล้วจะมีตัวเลือกว่าจะให้สร้าง Desktop Shortcut หรือไม่ กับอีกที่คือ Start Menu (ตรงนี้ควรติ๊กเลือกไว้นะ) แล้วกด Next

กด Install

Complete แล้วกด finish นี่คือเสร็จแล้ว

ความคิดเห็นของคุณ :)

%d bloggers like this: