Python IDE

Python IDE และ Code Editors เป็นสิ่งที่เราใช้ในการเขียนโค้ดสำหรับไพธอน ซึ่งถ้าใครลง python ก็จะมี IDLE ให้ใช้

เอ๊ะ! ยังไม่ได้พูดถึงการลงไพธอนในเครื่องใช่มั้ย?

“This most beautiful system of the sun, planets and comets, could only proceed from the counsel and dominion of an intelligent and powerful Being.”

— Don Quixote

การติดตั้ง Python

มีวิธีการลง python หลายวิธี เช่น ลงแพ็กเกจของ Anaconda หรือ ของ python.org มีทั้ง 32-bit และ 64-bit ให้เลือก หรือ วิธีง่าย ๆ คือ

  • Windows: ไปเลือก python เวอร์ชันที่ต้องการใน Microsoft Store
  • macOS: ลองไปดูที่ Homebrew
  • Linux: ก็มีหลายตัวเช่นกัน แต่เนื่องจากไม่ได้ใช้ linux เลยไม่ได้ลองสักตัว

ต้องเข้าใจก่อนว่า การลงไพธอนในเครื่องทำได้หลายวิธี อย่างเช่น การลงโดยใช้แพ็กเกจของ Python Software Foundation หรือจะใช้ของ Anaconda ก็ได้ ถ้าลงแพ็กเกจจาก PSF ก็จะมี IDLE เป็น IDE แต่ถ้าลง Anaconda ก็จะมี Spyder เป็น IDE ลงไปดูรายละเอียดด้านล่าง

Python IDE คืออะไร

IDE ย่อมาจาก Integrated Development Environment หน้าที่ก็ตามชื่อเลย คือเป็นตัวรับและประมวลผลอะไรต่อมิอะไรที่ใส่ลงไป คือจะรวมเครื่องมือหลายอย่างที่ออกแบบมาเพื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ อาทิ เช่น

  • Code Editor เพื่อจัดการโค้ด
  • เครื่องมือช่วยเขียน และตรวจสอบหาจุดแก้ไข (Debug)
  • การควบคุมให้แสดงผล

Python IDE ที่ดีจะต้องมีอะไรบ้าง

พื้นฐานทั่วไปในการเลือก IDE ก็ควรพิจารณาจาก

  • ต้อง Save และ เอามาใช้ใหม่ได้ อันนี้เป็นพื้นฐานเลย ถ้าหาเราต้องมาเริ่มเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้งน่าจะนรกดีดีนี่เอง
  • มี environment สำหรับแสดงผลการ run Code ที่เราเขียนไป ถ้าไม่มีคุณสมบัติข้อนี้มันก็เป็นแค่ text editer ไม่ต่างจาก notepad
  • สนับสนุน Debug จะต้องแสดง ขั้นตอนการทำงานทีละขั้นเพื่อแก้ไขได้ถูกจุดว่ามีปัญหาตรงไหน
  • Syntax highlighting คือแสดงให้เห็นว่าตรงไหนเป็นอะไร เป็น variables หรือเป็น ตัวดำเนินการ
  • Format โค้ดให้อัตโนมัติ

เอาจริงก็มีอีกเยอะแหละ ค่อย ๆ คิดที่อยากได้แล้วก็มองหาไปเรื่อย ๆ IDE มีทั้งที่สร้างมารองรับภาษาหลาย ๆ ภาษา และมีคุณสมบัติอื่นให้ใช้เยอะ ๆ พวกนี้จะมีขนาดใหญ่และต้องอาศัยความชำนาญในการใช้งานมากกว่า เมื่อเทียบกับ IDE ที่ออกมาเฉพาะทาง พวกนี้มักจะมีขนาดเล็กและเร็วกว่า แต่ก็จะมีคุณสมบัติเสริมน้อยกว่า

IDE ที่รองรับหลายภาษา

Eclipse + PyDev

Eclipse เป็นที่พูดถึงมากนาน สามารถใช้งานได้ในระบบปฏิบัติการ Windows, OSX, Linux ตัวนี้มี extensions หรือส่วนขยายเพิ่มเติมมากมาย ทำให้ได้รับความนิยมมาก หนึ่งใน extension ที่นิยมก็คือ PyDev ซึ่งสามารถใช้งานในการเขียนโค้ดและทดสอบผลไพธอนได้สะดวกมาก

แต่ข้อเสียที่ชัดเจนมากคือ Eclipse มันใหญ่เกินไป เพราะต้องรอบรับการทำงานที่หลากหลาย เป็น Code Editor ดังนั้นถ้าไม่ได้ใช้งาน Eclipse อยู่ก่อนแล้ว การจะลง Eclipse เพื่อใช้ PyDev อาจจะเป็นการลงทุนที่ใหญ่เกินความจำเป็น เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน ไม่น่าจะคุ้มการลงทุนลงแรงในช่วงแรก

Website: http://www.eclipse.org

Sublime Text

เป็น Code Editor ที่ตัวเล็กกะทัดรัด ไม่หนักเครื่อง และมี extension เสริมเยอะมากพอสมควร โดยเฉพาะ Python packages แต่การลง packages ต่าง ๆ นี่ มือใหม่ที่ไม่คุ้นอาจจะรู้สึกขัดใจพอสมควรเพราะต้องใช้สคริปต์สั่ง และ Sublime Text ไม่ฟรีนะจ๊ะ อันนี้ต้องบอกไว้ก่อน

Website: http://www.sublimetext.com

Atom

เป็น Code Editor ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง เพราะการออกแบบที่มีหน้าตาสวยงามใช้งานง่าย มี extension เสริมมากมาย ภายใต้การสนับสนุนของ GitHub  และสามารถติดตั้ง extension เพื่อใช้เป็น code editer ให้กับ python ด้วย

Python IDE

IDLE

อันนี้ไม่ต้องพูดอะไรมาก เป็น IDE ที่ให้มาพร้อมกับแพ็กเกจจาก Python Software Foundation ข้อดีคือเล็ก เบา แต่หลายคนบอกว่ามัน “น้อย” ไป ไม่ค่อยมีคุณลักษณะเสริมช่วยมือใหม่เท่าไหร่

PyCharm

เป็น IDE อีกตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมากในหมู่คนใช้ไพธอน มีคุณลักษณะที่สนับสนุนคนทำงานเกี่ยวกับไพธอนหลายต่อหลายอย่าง มีทั้งแบบที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย (Community) และ แบบจ่ายเงิน (Professional) ใช้ได้ทั้งใน Windows, Mac OS X, Linux

Website: https://www.jetbrains.com/pycharm/

Spyder

เป็น IDE ติดมากับ Anaconda และได้รับความนิยมสูงมาก และกล่าวกันว่านี่คือ Python IDE ที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่ม data scientists ที่ใช้ไพธอนโดยเฉพาะ มี library ที่สนับสนุนการทำงานเกี่ยวกับเรื่อง data ติดตั้งมาพร้อม ทั้ง SciPy, NumPy และ Matplotlib น่าจะเป็น IDE ที่เป็น “มาตรฐาน” สำหรับการเขียนโค้ด เพราะมีลักษณะที่คนเขียนต้องการเกือบทุกอย่าง

Website: https://github.com/spyder-ide/spyder

Jupyter Notebook

Jupyter เป็น IDE ที่มาพร้อมกับ anaconda เหมาะสำหรับการใช้งานด้าน Data science และ Machine learning ติดตั้ง library ที่นิยมใช้ในกลุ่ม Data Science เช่น Pandas และ Numpy และอีกหลายอย่างมาให้แล้ว

Website: https://jupyter.org/install

Thonny

เป็น Python IDE หน้าใหม่ที่ดูจะพุ่งแรงแซงรุ่นพี่ขึ้นมาอย่างน่าจับตามอง เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม เพราะสามารถลงทุกอย่างจบครบที่เดียว แต่สำหรับคนที่เชี่ยวชาญด้านการเขียนโค้ดแล้วอาจจะมองว่ามัน “พื้น” ไปหน่อย

Website: http://thonny.org/


แนะนำเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน

ทั้งหมดทั้งมวล ใครสะดวกใจจะลงอะไรก็เชิญเลือกเอาตามที่ชอบ ส่วนข้าพเจ้าใช้ Anaconda เพราะชอบ Jupyter Notebook กับ Spyder ให้ใช้ สำหรับคนหัดเขียนอย่างข้าพเจ้าเลือกจะใช้ Jupyter Notebook เป็นหลัก ข้อดีของตัวนี้คือ สามารถตรวจสอบ syntax และทดสอบการ run ได้ทุก cell ที่เขียน ช่วยให้เรียนรู้ได้ว่าตรงไหนที่มีข้อผิดพลาด และที่ผิดพลาดนั้นเกิดจากอะไร

แต่หากท่านอยากลองแบบ basic เลย ก็แนะนำให้ใช้แพ็กเกจของ Python Software Foundation ซึ่งวิธีการลงไม่ยาก ลองมาลง ไพธอน ในเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนดีกว่า เครื่องที่ข้าพเจ้าใช้เป็น Windows 10

การลง Python จาก Python Software Foundation

อันแรกที่แนะนำ ก็คือ ตัวติดตั้งอย่างเป็นทางการ จาก Python Software Foundation ผู้ดูแลไพธอนโดยตรง ไปที่หน้าดาวน์โหลด https://www.python.org/downloads/ แล้วคลิกดาวน์โหลดเวอร์ชันที่ท่านต้องการตามใจปรารถนาได้เลย

Python IDE
หน้าดาวน์โหลด python.org

ปกติพอเข้าไปมันจะเลือกเวอร์ชันเวอร์ชันล่าสุดละเนาะ แต่ถ้าใครอยากได้เวอร์ชันอื่นก็เลื่อนลงมาดูนิดนึง

พอดาวน์โหลดตัวติดตั้งเสร็จแล้ว สิ่งที่ทำก็คือ ดับเบิลคลิก เพื่อติดตั้ง แนะนำให้คลิกเลือกที่ “Add Python 3.xx to PATH” เพื่อกำหนด PATH หรืออจะ Customise อะไรอื่นก็แล้วแต่ใจ แต่โดยทั่วไปค่าที่ตั้งมาให้ก็ใช้งานได้แล้ว

ถ้าไม่ได้กำหนด path ตอนติดตั้ง พอลงเสร็จแล้วจะกำหนดภายหลังให้คลิกขวาที่ My Computer เลือก Property และ Advanced system settings ในหน้าของ Advanced tab คลิกที่ปุ่ม Environment variables… แล้วค่อยกำหนดค่า path ก็ได้

เมื่อติดตั้งสำเร็จ ลองคลิก Start menu จะได้เห็น python shell ซึ่งเราจะเลือกใช้ Command line หรือ IDLE ก็ได้

หรือ อีกทางเลือกหนึ่ง (จากหลายทางเลือก)

ติดตั้ง Anaconda

อย่างที่บอกข้างต้น ข้าพเจ้าใช้ Anaconda ซึ่งจะเรียกว่าเป็นแพ็กเกจสำเร็จรูปก็คงจะได้ คือมององค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการหัดเรียนเขียนโค้ดแล้ว คิดว่า Anaconda มี compiler (เอาไว้บอกคอมพิวเตอร์ว่าที่เขียนมาจะต้องทำอย่างไร) และ editor ที่อำนวยความสะดวกได้ดี มีตัวช่วยตรวจทานว่าเราเขียนผิดอะไรตรงไหน และมี interactive shell หรือส่วนที่จะแสดงผลให้เห็นได้ทันที

ข้อเสียอยู่เหมือนกัน คือ มัน “ใหญ่” เกินไป แต่ชอบที่มันลงมาให้ครบ ๆ เพียงพอสำหรับการเรียนรู้และทดสอบ ถ้าท่านต้องการใช้ Anaconda ก็ไปดาวน์โหลดได้ที่เว็บ https://www.anaconda.com/products/individual เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วก็ดับเบิลคลิกติดตั้งได้เลย

– การลง Python จาก Python Software Foundation หรือ Anaconda นี่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ ถ้าลงจาก Python Software Foundation แต่อยากใช้ Spyder ก็ไปดาวน์โหลด Spyder มาลงในเครื่อง

ดาวน์โหลดแล้ว ดับเบิลคลิกเพื่อติดตั้งได้เลย

Spyder

เสร็จแล้ว คลิกดู Navigator จะเห็นโปรแกรมต่าง ๆ ที่มาพร้อมแพ็กเกจ รวมถึง Spyder และ Jupyter Notebook ด้วย เพียงเท่านี้เองสาธุชนผู้มีจิตอันเป็นกุศล

Python IDE ตัวไหนดี

มาถึงคำถามคลาสสิก แล้ว python ide ตัวไหนดี?

คำถามนี้ตอบยาก แต่ละตัวที่แนะนำ มีจุดดีจุดด้อย แตกต่างกันไป

โดยส่วนตัว มองว่า Jupyter Notebook สะดวกดี สำหรับ ผู้เริ่มต้น เราสามารถ debug ได้ทีละบรรทัด ถ้าลง Anaconda ก็จะได้ Spyder มาด้วย แต่ข้อเสียคือ Anaconda มันใหญ่ เทอะทะเกินไป

Pycharm ก็มีขนาดกระทัดรัดกำลังดี ตัวนี้ ถ้าต้องการใช้ในระดับ Advance ก็รองรับได้สบาย ๆ

หรือจะใช้ Colab ของ Google ข้อดีคือ ใช้ฟรี เพียงแค่ต้องต่อ internet และ ที่ต้องระวังคือ เราไม่รู้ว่า Google จะมีการดักจับ code ที่เราเขียนไว้หรือเปล่า ถ้าต้องใช้ข้อมูลที่เป็นส่วนตัวก็น่าจะระวังนิดนึง

เราท่านพร้อมแล้วที่จะเรียนรู้ไพธอนไปด้วยกัน แต่ก่อนอื่น ไปรู้จัก Algorithm ก่อนดีกว่า

ความคิดเห็นของคุณ :)

%d bloggers like this: